fbpx

พุทธิพงษ์ ประกาศกร้าวพัฒนา Data Center หวังให้ EEC เป็นพื้นที่แห่งการพัฒนา เน้นย้ำส่งต่อให้ TOT เริ่มทำในต้นปีหน้าทันที

เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กล่าวสุนทรพจน์ในงาน “Powering Digital Thailand 2021 HUAWEI CLOUD & CONNECT” ซึ่งจัดโดยบริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด จึงร่วมมือกับบริษัท บางกอก โพสต์ จำกัด (มหาชน)

ในการกล่าวสุนทรพจน์ นายพุทธิพงษ์ ได้กล่าวถึงการดำเนินงานต่าง ๆ ที่ผ่านมาและจะเกิดขึ้นในปีหน้า (2564) นายพุทธิพงษ์ได้กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยเป็นประเทศด้าน 5G ในด้านธุรกิจและได้ขยายไปยัง EEC แล้ว ซึ่งรัฐบาลก็ได้กำหนดแผน Digital Economic & Business การกำหนดแผนแบบนี้จะส่งเสริมทำให้เกิดความั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ซึ่งในช่วงเวลาที่ผ่านมาการประมูลคลื่นความถี่ที่จัดโดยสำนักงาน กสทช. ก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และนำไปใช้ในด้านธุรกิจให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

ซึ่งรัฐบาลพยายามจะพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางแห่งการจัดเก็บข้อมูลในระดับภูมิภาค โดยการพัฒนาให้เป็นแหล่ง Data Center และใช้การสร้างความร่วมมือด้าน Data Center โดยแชร์สาย Fiber Optic ที่เชื่อมผ่านใต้มหาสมุทรให้เชื่อมเข้ามาในประเทศไทย และให้ศูนย์กลางอยู่ที่แหลมฉบัง เนื่องจากโครงการ EEC อยู่ที่แหลมฉบัง

นอกจากนี้ยังเน้นการพัฒนาผ่านความร่วมมือ ทั้งการควบรวม TOT และ CAT ให้เป็น NT เพื่อพัฒนา 5G ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาทุกสิ่งทุกอย่างในประเทศไทย และภาครัฐจะร่วมมือกับเอกชนในการดำเนินความร่วมมือด้าน Digital เพื่อขยาย EEC โดยในตอนนี้รัฐบาลได้มีการร่วมมือกับหัวเว่ยในการเปิดศูนย์ Thailand 5G Ecosystem Innovation Center ณ ลาดพร้าวซอย 4 ซึ่งประชาชนสามารถไปเยี่ยมชมได้ เป็นศูนย์ที่จะแสดงนวัตกรรมในด้าน 5G ที่สามารถพัฒนาไปยังด้านสังคมและประเทศชาติได้ นอกจากนี้ยังมี 5G ได้ให้ทดลองใช้จริง

นอกจากนี้ รัฐบาลยังจะพัฒนาระบบดาวเทียมวงโคจรต่ำ ควบคู่ไปกับการปรับปรุงกฎหมายเรื่องดาวเทียม เพื่อพัฒนาระบบ 5G ในประเทศให้สามารถพัฒนาได้มากขึ้น และส่งต่อให้ กสทช. เปิดการประมูลเพื่อพัฒนาดาวเทียมวงโคจรต่ำได้ภายในไม่เกินปี 2564 และสามารถใช้ประโยชน์ควบคู่กับระบบ 5G ในประเทศไทยให้เกิด Digital Ecosystem ในประเทศไทย

นอกจากนี้ รัฐบาลยังเน้นย้ำเรื่องการจัดทำ Data Center เพื่อตอบสนองไปยังโครงการ EEC ให้เกิดขึ้นภายในปี 2564 โดยในปัจจุบันข้อมูลถูกเก็บไว้ที่สิงคโปร์ แต่ในอนาคตคาดหวังว่าจะให้เมืองไทยเป็นแหล่งในการเก็บข้อมูลที่ปลอดภัยมากที่สุด และจะพัฒนาเป็นระบบคลาวด์กลางภาครัฐขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาข้อมูลและจัดเก็บข้อมูลให้ปลอดภัยมากที่สุด โดยในขณะนี้มีหน่วยงานมากกว่า 95 หน่วยงาน 258 ระบบ และได้ย้ายระบบจาก G-Cloud มายังระบบคลาวด์กลางภาครัฐเรียบร้อยแล้ว คาดการณ์การใช้ระบบคลาวด์กลางภาครัฐในปี 2565 อยู่ที่ 20,000 VM

นอกจากนี้ยังพัฒนาระบบ Thailand Plus และริชแบรนด์สำหรับนักท่องเที่ยว เพื่ออำนวยความสะดวกเจ้าหน้าที่ในการลดความเสี่ยงและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และทำให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบข้อมูลตนเองได้ว่าเสี่ยงหรือไม่? โดยที่ข้อมูลจะมีความปลอดดภัยมาก เพราะภาครัฐไม่ได้จัดเก็บข้อมูลเอง แต่จะส่งข้อมูลไปยังกรมควบคุมโรคแทน


บันทึกการสนทนาโดย วรรษมน ทับทิม
เรียบเรียงโดย กฤตนัน ดิษฐบรรจง

แสดงความคิดเห็นหน่อย